Tuesday, November 20, 2012

การดูแลรักษามะยงชิด

การดูแลรักษามะยงชิด

การให้น้ำ : ภายใน 4-5 วันควรมีการให้น้ำ 1 ครั้ง (ในช่วงปลูกใหม่ปีแรก) ใส่ปุ๋ยทุกๆ 6 เดือน (นับจากวันปลูก) แนะนำให้ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์เป็นหลัก ส่วนปุ๋ยทางใบจะฉีด เมื่อมะยงชิดเริ่มแตกใบอ่อนให้ฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน จนกว่าใบจะเพสลาด จึงหยุดฉีดโดยอาจผสมกับสารไล่แมลงพร้อมกับอาหารเสริมชีวภาพ

การให้ปุ๋ย : ควรให้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ตั้งแต่เริ่มปลูก 1-3 ปี ปีละครั้ง ช่วงต้นฝน สำหรับต้นที่โตให้ผลผลิตแล้ว ควรมีการตัดแต่งกิ่งออกบ้างหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยจัดการเอากิ่งที่เป็นโรคหรือกลิ่นที่แน่นทึบออก และกำจัดวัชพืช

การให้ปุ๋ย ควรให้สูตรเคมีสูตรเสมอ 16-16-16 พร้อมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักแห้ง ครั้งที่ 2 ให้ใส่เมื่อก่อนหมดฝน ด้วยปุ๋ยสูตร 8-24-24 พร้อมปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยหมักแห้ง เพื่อให้ต้นมีการสะสมอาหารไว้ให้พร้อมต่อการออกดอกผลในฤดูการ ถัดไป

** เทคนิคลดการสูญเสียปุ๋ย และ ให้ต้นไม้ได้รับปุ๋ยอย่างเต็มที่ ควรยอร่องเล็กๆ ตรงแนวรัศมีทรงพุ่มเป็นวงกลมล้อรอบต้นมะยงชิด ปุ๋ยจะได้ไม่ไหลหนีไปกับน้ำหรือน้ำฝน

โรคแมลง : ฉีดพ่นใบอ่อนที่แตกมาใหม่ด้วยน้ำสกัดจากสมุนไพร หรือ น้ำส้มควันไม้ ช่วงติดดอก ออกผลก็จะมีการใช้สารเคมีควบคู่ไปด้วย



การตลาด

ปัจจุบันมีการคัดเลือกขนาดประมาณ 12-15 ผลต่อกิโลกรัม บรรจุกล่องสวยงามมีหูจับถือ เป้นการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์ จำหน่ายจากสวนราคา 150- 200 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนลูกค้าจะเป็นลูกค้าขาประจำที่เคยซื้อกันมาโดยจะจำหน่ายตามคำสั่งซื้อ ล่วงหน้าเป็นปีๆ หรือที่ลุกค้าสั่งจองไว้เมื่อต้นปีก่อน ส่วนมากจะเป็น ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานธนาคาร ห้างร้านต่างๆ จะนิยมซื้อไปเป็นของฝาก
**ข้อคิดเกี่ยวกับการปลูกมะปราง-มะยงชิด เสริมราก จากประสบการณ์ของตาพ้อม **
จากประสบการ์การทำสวนไม้ผลมากว่า 20 ปี ได้คลุกคลีอยู่กับมะปราง-มะยงชิดมานาน จะพบว่า ช่วงหลังๆ จะมีสมาชิกสั่งซื้อกิ่งพันธุ์แบบมีการเสริมรากไปปลูกกันมาก แต่ตาพ้อมกลับคิดว่าการเสริมรากมะปราง-มะยงชิดกลีบไม่ให้ผลดีที่แตกต่างแต่ อย่างใด เพราะพบว่าการปลูกมะปราง-มะยงชิดที่มีการเสริมราก จะมีการแตกยอกออกมาไม่สม่ำเสมอกันทั้งต้น จึงมีผลต่อการให้ผลผลิตและการออกดอก ทำให้การออกดอกพลอยไม่สม่ำเสมอกันไปด้วย จึงยากต่อการดูแลรักษษ ใบอ่อนและช่อดอกรวมทั้งผลด้วย การเสริมรากจึงดูเหมือนกับว่าจะทำให้การเจริญเติบโตนั้นดีกว่าเดิม แต่จริงๆแล้ว แทบจะไม่แตกต่างไปจากการปลูกแบบธรรมดาทั่วไปแต่ประการใด สาเหตุที่เป็นเช่นนี้อาจเพราะระบบรากของต้นเดิมและรากที่นำมาเสริมนั้นมี ความสามารถในการหาอาหารต่างกัน หรือ ไม่สม่ำเสมอกันนั่นเอง

ประโยชน์ของมะปราง-มะยงชิด

ประโยชน์ของมะปราง-มะยงชิด

ใช้เป็นอาหาร ผลสุก รับประทานเป็นของว่าง ทำน้ำผลไม้ ทำแยม กวน ผลดิบ ใช้จิ้มกะปิหวาน น้ำปลาหวาน ใช้ดองและแช่อิ่ม
คุณค่าทางโภชนาการ : ผลสุก มีกรดอินทรีย์หลายชนิด มีน้ำตาล วิตามินซีและวิตามินเอสูง ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม และ อื่นๆ
คุณค่างทางยาสมุนไพร : เป็นยาถอนพิษไข้และพิษสำแดง ใบ ตำพอกแก้ปวดศีรษะ ผลมีรสเปรี้ยวอมหวาน แก้เสมหะในลำคอ แก้เสลดทางวัวแก้น้ำลายเหนียวและฟอกโลหิต



คุณค่าทางอาหารของมะปราง ในหนึ่งผล

พลังงาน 60.0 หน่วย
ความชื้น 83.0 เปอร์เซ็นต์
โปรตีน 0.8 กรัม
ไขมัน 0.1 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 15.7 กรัม
เส้นใย –
แคลเซียม 12.0 กรัมmjmj
วิตามินบี 1 0.04 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.4 มิลลิกรัม
วิตามิน ซี 107 มิลลิกรัม
ไนอาซีน 0.4 มิลลิกรัม
* อ้างอิงจาก กรมส่งเสริมการเกษตรไม้ผล ประเทศไทย ปี 2530 (นรินสทร์ 2537)
การเก็บรักษาผลสด
ควรเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดา ที่อุณหภูมิ 4-8 องศาเซลเซียส โดยใส่ในถุงพลาสติกแล้วรัดปากถุงให้แน่น จะช่วยเก็บรักษาไว้ได้นาน 30 วัน

หลักการปลูกมะปรางแซมสวนกล้วย

หลักการปลูกมะปรางแซมสวนกล้วย

การปลูกไม้ผลบาง ครั้งเกษตรกรก็ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยในการพรางแสงแดดให้กับต้นไม้ บาง ชนิดไม่ชอบแสงแดดจัด เช่นเดียวกันกับมะปราง ที่จะไม่ชอบแสงแดดจัดในช่วง เริ่มปลูกใหม่ จะแต่ต้องการน้ำมากเพื่อการฟื้นตัว ทำให้เกษตรกรต้องสิ้น เปลืองเงิน ในการซื้อวัสดุอุปกรณ์มาช่วยในการพรางแสงและให้น้ำ ทำให้ต้นทุน สูงขึ้นตามมานั่นเอง


ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุณธวัชจึงแนะนำให้ใช้วิธีการปลูกแบบภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่อดีต คือ การปลูกมะปรางแซมสวนกล้วย ซึ่งจะช่วยในเรื่องต่างๆ ที่ทำให้มะปรางเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการปลูกด้วยวิธีนี้จะมีข้อดี คือ
1.เมื่อมะปรางมีขนาดเล็กอยู่จะไม่ต้องการแสงมาก ใบกล้วยจะช่วยในการบังแสงแดดให้มะปรางไปในตัว เป็นการประหยัดต้นทุนในการซื้อตาข่ายพรางแสงได้เป็นอย่างดี
2.ต้นกล้วยเป็นพืชที่หาอาหารเก่งและดูดน้ำได้เก่งมาก ฉะนั้นต้นมะปรางจะได้รับน้ำอยู่ตลอดเวลาเมื่อปลูกแซมไว้กลางดงกล้วย
3.ต้นกล้วยเป็นพืชที่มีจุลินทรีมาก รวมถึงไส้เดือนดินจะช่วยทำให้ดินร่วนซุยและมีธาตุอาหารมาก เมื่อกล้วยต้นที่อยู่ข้างต้นมะปรางตาย รากของมะปรางจะสามารถเข้าไปแทนที่ได้อย่างง่ายดาย ส่งเสริมให้มะแรงมีการเตริญเติบโตที่ดี

วิธีการปลูกมะปรางแซมสวนกล้วย :

1.นำต้นกล้วย(หรือหน่อกล้วย) ที่มีความยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 4 ต้น มาปลูกในพื้นที่ที่จะปลูกมะปราง โดยปลูกต้นกล้วยให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และเว้นพื้นที่ด้านในรัศมีประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อเป็นพื้นที่ปลูกมะปราง
2.เมื่อต้นกล้วยปลูกติดและมีการเติบโตดีแล้ว ก็นำต้นกล้ามะปรางมาปลูกได้เลย โดยขุดหลุม(ระหว่างพื้นที่ตรงกลางหน่อกล้วย 4 ต้น ) กว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 2 กำมือ ต่อหลุม แล้วจึงนำต้นมะปรางลงปลูก และดูแลรักษาตามปกติ
***เพียงเท่านี้เกษตรกรที่จะปลูกมะปรางก็จะสามารถลดต้นทุนได้และลดระยะเวลาในการดูแลด้วย

การปลูกมะปรางลดทุน

การปลูกมะปรางลดทุน

คุณวิชา  เจริญ รัตนศิลป์ อยู่บ้านเลขที่ 400 บ้านเกษตรพัฒนา หมู่ 7 ต.บ้านแยง อ.นคร ไทย จ.พิษณุโลก  โทรศัพท์  085-273-2073  ยึดอาชีพปลูกมะปรางใน เนื้อที่  80 ไร่ เริ่มทำการเพาะปลูกตั้งแต่ปี 2539 ได้เรียนรู้ด้วยตน เอง ลองผิดลองถูกจนประสบความสำเร็จ ที่สวนมีการเพาะพันธุ์ต้นมะปรางขายและ ใช้ในสวน  ก่อนที่จะมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม เคยประกอบอาชีพเต็นท์รถแต่ไม่ ประสพความสำเร็จ จึงมีแนวคิดมาทำเกษตรกรรรมเนื่องจากมีพื้นที่บริเวณเชิง เขา ซึ่งเหมาะกับพืชทนแล้ง ก่อนที่จะมีการปลูกมะปรางมีการปลูกลำไย มาก่อน แต่ได้รับผลกระทบจากพายุลูกเห็บทำให้เสียหายทั้งสวน จึงมีการปลูกมะปรางขึ้น มาทดแทนจนประสพความสำเร็จ ที่สวนของคุณวิชาใช้ปุ๋ยคอกทำให้ลดต้นทุนในการ ผลิตไปได้มาก

การปลูกมะปรางของคุณวิชา จะขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร (1 ศอก) จากนั้นนำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกมาใส่ในหลุม ๆ ประมาณครึ่งกระสอบปุ๋ยผสมดินให้เข้ากัน ที่สำคัญในการปลูกควรเลือกพันธุ์มะปรางที่ดีมีคุณภาพ
สายพันธุ์ที่คุณวิชาเลือก คือ มะปรางพันธุ์สุวรรณบาตร จะให้ผลผลิตดี ต้นพันธุ์ควรมีลักษณะแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่มีโรคแมลงรบกวน และมีการชำอยู่ในถุงพลาสติกอย่างน้อย 1 ปี
การให้น้ำ โดยปกติมะปรางเป็นไม้ผลที่ค่อนข้างทนทานต่อความแห้งแล้ง แต่ถ้ามะปรางขาดน้ำก็จะไม่มีการแตกยอดใหม่ ทำให้มะปรางชะงักการเจริญเติบโต ดังนั้นมะปรางจึงมีความจำเป็นในการใช้น้ำ ในระยะแรกปลูก 2-3 เดือน เว้นแต่ช่วงฝนตกงดการให้น้ำมะปรางที่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะช่วงฤดูแล้ง ควรมีการรดน้ำ 15-20 วันต่อครั้ง
การให้ใช้ปุ๋ยมะปรางในระยะแรกควรให้ปุ๋ย N-P-K ในสัดส่วน 1:1:1 เช่นปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อเสริมสร้างและทดแทนส่วนที่พืชนำไปใช้ในการแตกยอด ใบ กิ่งก้าน ระยะใกล้ออกดอก ควรใช้ปุ๋ยที่มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูง เช่น ปุ๋ยสูตร 8-24-24 ระยะที่พืชติดผลแล้ว ให้ใช้ปุ๋ยที่มีธาตุโปแตสเซียม เช่น ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 12-17-2 เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต การใช้ควรปุ๋ยคอกในแปลงมะปรางช่วยให้การลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างดี ปุ๋ยคอกจะช่วยรักษาความชื้นในดิน เทคนิคที่สำคัญในการให้น้ำมะปรางไม่ควรให้ช่วงมะปรางออกดอกเพราะจะทำให้ผล ผลิตหล่นเสียหายหากประสงค์ให้น้ำในแปลงปลูกควรเสริมด้วย ปุ๋ยสูตรปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 12-17-2
การให้ผลผลิต
มะปรางจะให้ผลผลิตในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน
ราคาผลผลิตอยู่ที่ 100-150 บาท/กิโลกรัม
การขยายพันธุ์มะปราง จะนิยมใช้การทาบกิ่ง การทาบกิ่งมะปรางจะใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน และจะเริ่มตัดกิ่งมาชำอีกครั้งในช่วงฤดูฝน

Tuesday, October 23, 2012

มะปรางผลไม้แสนอร่อย


มะปรางผลไม้แสนอร่อย

สำหรับ มะปราง ที่เป็นผลไม้ ที่นำมารับประทานนั้น ที่มีรสชาติ ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน ที่อร่อยไม่แพ้การรับประทานผลไม้ ชนิดอื่นๆ อีกด้วย เพราะว่ามะปรางนั้น เป็นผลไม้ เมืองร้อน ที่มีการออกผล ส่วนมากในช่วงหน้าร้อน ที่จะมีผลออกมาให้เรา ได้นำมารับประทาน กันอย่างอร่อย
ลักษณะของมะปราง
สำหรับมะปรางนั้น จะมีลำต้น ที่มีขนาดปานกลาง ไม่ใหญ่มากเกินไป โดยจะ มีกิ่งก้านสาขาที่มี ความทึบ เมื่อมีการแตกกิ่งก้าน ออกมา ส่วนรากของ มะปรางนั้น จะมีความแข็งแรงเป็นอย่างมากเลย
ส่วนใบ ของมะปราง นั้นจะมีลักษณะ ใบที่มีความเรียวยาว ส่วนขนาดของใบ นั้น จะมีความยาว ประมาณ 14 เซนติเมตร ส่วนความกว้าง ของใบนั้น จะกว้าง 3 เซนติเมตร  ภายใน 1 ปี ต้นมะปรางจะมีการ แตกใบออกมาใหม่ ประมาณ ปีละ 3 ครั้ง
ส่วนดอก ของมะปราง โดย ดอกนั้น จะมีการออกดอก เป็นช่อ โดยมีการออกดอก ตามกิ่งก้าน ใบ  โดยในดอกของ มะปรางนั้น จะมีทั้งเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมีย อยู่ด้วยกัน เมื่อเวลา ที่ดอกบาน ออกมา จะมีสีเหลือง มองดูแล้วสวยงาม
ส่วนลักษณะของ ผล มะปราง ที่จะมีความกลมยาว เหมือนกับไข่ ส่วนปลายเรียวแหลม มะปรางช่อหนึ่ง จะให้ผลผลิตประมาณ  1-10 ผล ผลดิบ ของมะปรางจะ มีสีเขียวอ่อน-เขียวเข้ม เมื่อถึงเวลา ที่ผลสุกมีสีเหลือง หรือเหลืองอมส้ม ส่วนเปลือก ของมะปรางนั้น จะไม่แข็ง มีความนิ่ม  ส่วนเนื้อภายในผลนั้น จะมีสีเหลือง สีส้ม เมื่อเรานำมารับประทาน จะมีรสชาติ ที่หวานอมเปรี้ยวนิด และมีความอร่อย อีกด้วย
ส่วนเมล็ด ของ มะปราง นั้น ในหนึ่งผล จะมีเมล็ด เพียงแค่ 1 เม็ดเท่านั้น  โดยส่วนของ เมล็ดจะมีเส้นใย อยู่ที่เมล็ดอีกด้วย ส่วนเนื้อของเมล็ด จะมีทั้งสีขาว และสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะมี รสขมฝาด และขม เราสามารถนำ เมล็ดมะปรางไปเพาะปลูก ได้อีกด้วย

เรียบเรียงโดย : kakukgroup.com
ขอบคุณบทความจาก : pennisakowaim-a.blogspot.com

สวนมะปราง ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง


ท่องเที่ยวสวนมะปราง ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง “ไร่บุญชอบ เอมอิ่ม” จังหวัดสุโขทัย

จังหวัด สุโขทัย นับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีพื้นดินอุดมสมบูรณ์ที่สามารถปลูกพืชผัก ผลไม้ตามฤดูกาลได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะไม้ผลกึ่งเมืองร้อน จะปลูกได้ดีในจังหวัดสุโขทัย


     ลุงบุญชอบ เอมอิ่ม จึงได้ศึกษาและพัฒนาสายพันธุ์มะปราง มะยงชิด จากพื้นที่อื่นมาปลูกในจังหวัดสุโขทัย จนได้มะปรางสายพันธุ์สุโขทัยแท้ มีลักษณะเด่น 5 ประการ ได้แก่ ผลใหญ่เท่าไข่เป็ด ผิวเลือกหนาแข็งไม่ช้ำง่าย เนื้อแน่นไม่มีเสี้ยนในเนื้อ เมล็ดเล็กและแบนลีบ รสชาติหวานสนิทไม่ระคายคอสำหรับมะปรางหวาน และ หวานอมเปรี้ยว สำหรับมะยงชิด จึงได้รับรางวัลมากมายจากหลายสถาบัน

     นอกจากมีผลผลิตไว้จำหน่ายแล้ว สวนมะปรางสวนบุญชอบ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในลักษณะสวนไม้ผลผสมผสาน ที่ดำเนินงานตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของกรมการศึกษานอกโรงเรียน

    นักท่อง เที่ยวสามารถชมและชิมผลไม้ได้จากสวนแห่งนี้อย่างจุใจ ซึ่งมะปราง และมะยงชิด จะให้ผลในระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม กิจกรรมท่องเที่ยวประกอบด้วย รับฟังบรรยายเกี่ยวกับการดำเนินงานของสวน หลังจากนั้น นักท่องเที่ยวจะได้ชมพรรณไม้ การจัดสวนและวิธีการปลูกไม้ผลต่างๆท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่น แวะชิมผลไม้ในสวน (เฉพาะในฤดูกาล)

     การเดินทาง จากตัวเมืองสวรรคโลกใช้ทางหลวงหมายเลข 101 อ.สวรรคโลก-อ.ศรีสำโรง ระหว่าง กม. 9-10 เลี้ยวซ้ายตามทางแยกไปวัดกรงทองประมาณ 2.5 กม. สวนบุญชอบ เอมอิ่ม จะอยู่ซ้ายมือ

     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลุงบุญชอบ เอมอิ่ม โทรศัพท์ มือถือ 08-1888-1739 ททท.สำนักงานสุโขทัย 055 616 228-9 โทรสาร 055 616 366 Email :
tatsukho@tat.or.th

งานมะยงชิด มะปรางหวาน ของดี นครนายก

งานมะยงชิด มะปรางหวาน ของดี นครนายก

งานมะยงชิด มะปรางหวาน  ของดี นครนายก


          มะยงชิด  มะปรางหวาน  หนึ่งผลผลิตทางการเกษตรคุณภาพ  ซึ่งผู้มาเยือนเมืองน้ำตก  “จังหวัดนครนายก”  ในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม จะไม่พลาดเลือกซื้อเป็นของฝากก่อนเดินทางกลับบ้านทุกครั้ง นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญ  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก  เปิดเผยว่าเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งผลิตมะยงชิด  มะปรางหวานคุณภาพ  รสชาติอร่อยให้เป็นที่รู้จัก  รวมทั้งสนับสนุนให้กลุ่มชมรมมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการตลาดเพื่อสร้างอาชีพ และรายได้สู่ท้องถิ่น ส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 

          ชมรมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก  ร่วมกับจังหวัดนครนายก  โดย สำนักงานเกษตรจังหวัด    กำหนดจัดงานมะยงชิด  มะปรางหวาน ของดีนครนายก   ณ บริเวณเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งในปีนี้ย้ายสถานที่จากปีที่แล้วที่เคยจัดบริเวณข้างศาลากลางจังหวัด นครนายก

          สำหรับผลผลิตของมะปรางหวาน-มะยงชิดของจังหวัดนครนายกมีจำนวนถึง 2 รุ่น  โดยรุ่นที่ 2 จะเริ่มทยอยสุกประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์และมีปริมาณมากกว่ารุ่นแรกเนื่องจาก อากาศหนาวเย็นส่งผลให้มะปรางออกดอกและติดผลจำนวนมาก จึงมีความเหมาะสมที่จะจัดงานมะยงชิด มะปรางหวาน ของดีนครนายก ในช่วงนี้เป็นอย่างยิ่ง


          สำหรับหลายท่านที่ยังไม่รู้จักมะยงชิด ขออธิบายสั้นๆถึงที่มาและความต่าง ดังนี้  “มะยงชิด - มะปรางหวาน”   มะปราง  มี 2 ชนิด  นั้นคือ  มะปรางหวาน  ผลสุกมีรสหวานเย็น  ผลยาวรี  กิโลกรัมมีประมาณ 9 – 20 ผล      มะปรางเปรี้ยว  ผลสุกลูกมีขนาดใหญ่ หนึ่งกิโลกรัมมีประมาณ  5 – 15 ผล  สีผิวมีสีส้มชวนรับประทานแต่รสชาติเปรี้ยวมากจนมีคนเก่าคนแก่ท่านกล่าวไว้ ว่า  “เปรี้ยวจนกาวาง”  แต่มะปรางเปรี้ยวผลดิบอ่อน ๆ  นำไปแช่อิ่ม  มะยง   รสชาติมีสองรสในหนึ่งผล - มีหวานอมเปรี้ยว หากรสมะยงรสชิดไปทางหวานมากกว่าเปรี้ยวจะเรียก  “มะยงชิด” หากรสชิดไปทางเปรี้ยวมากกว่าหวาน  จะเรียก “มะยงหรือมะยงห่าง” ผลของมะยงจะมีขนาดใหญ่กว่ามะปรางหวานและใหญ่กว่าไข่ไก่ ขนาด  8–15 ผล/กิโลกรัม   

          สำหรับผู้ที่มาท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก เพื่อมาท่องเที่ยวในงาน สามารถไปท่องเที่ยวต่อในแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงได้  อาทิ  หมู่ บ้านไม้ดอกไม้ประดับ  องครักษ์,  ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ- ศึกษาและเรียนรู้ตามทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริ, เขื่อนขุนด่านปราการชล- ระบบชลประทานที่สมบูรณ์แบบ  สร้างประโยชน์นานัปการให้กับเกษตรกร,  เที่ยวชมเขตทหารน่าเที่ยว – โรงเรียนเตรียมทหาร และโรงเรียนนายร้อย จปร.,  สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้าน  ขอพรพระคู่เมือง อาทิ  พระพุทธฉาย(วัดเขาชะโงก),  วัดใหญ่ทักขิณาราม,  วัดดง,  วัดโพธินายก
         จากนั้นพักสายตาด้วยกิจกรรมเที่ยวสวนมะยงชิด มะปรางหวาน  ศึกษาวิถีชีวิตชาวสวน  เลือกซื้อผลผลิตและกิ่งพันธุ์จากชาวสวนโดยตรง ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ  อาทิ
          1.    ชมการประกวดมะยงชิด  มะปรางหวาน  มะปรางยักษ์  กิ่งพันธุ์คุณภาพ   การประกวดธิดามะปรางหวาน 
          2.    เลือกซื้อมะยงชิด  มะปรางหวาน  และกิ่งพันธุ์คุณภาพจากชาวสวนโดยตรง 
          3.    เลือกซื้อของดีสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จังหวัดนครนายก

 

 

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่   ชมรมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก โทร.08-9750-5242,  08-1762-4082
และสำนักงานเกษตรจังหวัดนครนายก  โทร.0-3731-1289
ติดต่อสอบถามข้อมูล/เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงก่อนเดินทางได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   สำนักงานนครนายก
โทร. 0-3731-2282, 0-3731-2284  ตั้งแต่เวลา  08.30 – 16.30 น.